อาหารในแต่ละช่วงวัยของชีวิต ร่างกายเราต้องการสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารต่างๆ เพื่อให้มีสุขภาพดี แต่เราจะต้องรู้ว่าจะกินอย่างไร กินอาหารอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใดจึงจะได้สารอาหารครบและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

แน่นอนว่าการกินอาหารแต่ละอย่าง ต่อให้จัดเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์มากมาย แต่หากกินเข้าไปในปริมาณที่มากหรือกินบ่อยเกินไป ก็ย่อมก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้เสมอ วันนี้เราได้รวบรวมเอาอาหาร 6 ชนิดที่ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แต่ไม่แนะนำให้กินมากเกินไปมาแชร์ให้ได้ทราบกันค่ะ จะมีอาหารชนิดใดบ้างตามไปดูพร้อมๆ กันเลย

1.กาแฟ
แน่นอนว่ากาแฟคือเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แถมยังมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงเป็นโรคตับ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคทางระบบประสาทได้ดี นั่นเป็นเพราะกาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ที่ให้ผลดีต่อร่างกาย แต่ทั้งนี้กาแฟจัดเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทได้สูงมาก ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิด ใจสั่น ปวดท้อง และเกิดอาการสั่นกล้ามเนื้อได้

2.ถั่วบราซิล
ถั่วบราซิลให้ปริมาณซีลีเนียมสูงกว่าเนื้อสัตว์ ซึ่งซีลีเนียมจัดเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานพื้นฐานหลายๆ อย่างในร่างกาย เริ่มตั้งแต่การสืบพันธุ์ไปจนถึงการช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ถั่วบราซิลยังทำงานเสริมกับวิตามินอีได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย และช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งอีกด้วย แต่ก็ไม่แนะนำให้กินในปริมาณมาก เพราะจะทำให้เกิดปัญหากับระบบย่อยอาหาร ระบบทางเดินอาหาร และความจำ

3.อบเชย
แม้ว่าอบเชยจะเป็นเครื่องเทศที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ไม่ว่าจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง หรือโรคทางระบบประสาทก็ตาม แต่ก็ไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากสารคูมารินที่อยู่ในอบเชย หากร่างกายได้รับในปริมาณสูง จะส่งผลเสียทำให้เกิดพิษตับและมะเร็งได้เช่นกัน

4.ปลาทูน่า
ปลาทูน่าเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า3 และโปรตีน จึงถือเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก แต่หากกินในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน เนื่องจากปลาทูน่ามักมีสารปนเปื้อน methylmercury หรือปรอทเจือปนสารอินทรีย์ จากมลพิษในทะเล โดยสารปนเปื้อนเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดพัฒนาการที่ล่าช้าในเด็ก ทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็น และยังทำให้เกิดความบกพร่องทางการได้ยินและการพูดอีกด้วย

5.ผักตระกูลกะหล่ำ
ผักตระกูลกะหล่ำมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ แต่ผักเหล่านี้มีไทโอไซยาเนต ซึ่งเป็นสารที่จะไปรบกวนความสามารถของร่างกายที่จะดูดซับไอโอดีน หรือที่เรียกว่า ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ หากกินเข้าไปในปริมาณมาก อาจส่งผลให้เกิดอาการต่อมไทรอยด์โตได้

6.น้ำมันปลา
แน่นอนว่าน้ำมันปลามีส่วนช่วยลดการอักเสบ ช่วยบำรุงสมอง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ แถมยังเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้อีกด้วย จึงต้องได้รับจากการกินอาหารเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่แนะนำให้กินในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดภาวะเลือดบางหรือเลือดใสได้

สาวๆ อย่าลืมนะคะว่า อาหารทุกชนิด แม้จะให้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ก็ควรกินในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อย่าคิดว่าหากกินเข้าไปในปริมาณมาก ร่างกายจะได้รับสารอาหารเหล่านั้นมากไปด้วย แล้วจะก่อให้เกิดแต่ประโยชน์ เพราะในทางตรงกันข้ามอาจกลายเป็นการสร้างผลเสียต่อร่างกายอย่างหนักเลยก็ว่าได้