กัมพูชาปิดตลาดล็อกดาวน์พนมเปญสกัดโควิด

กัมพูชาสั่งปิดตลาดทั้งหมดในกรุงพนมเปญเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ทำให้ประชาชนหลายพันคนเดือดร้อนต้องออกมาขอรับปันส่วนอาหารในช่วงล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ว่า กัมพูชาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่พบการแพร่ระบาดน้อยที่สุดในโลก แต่การแพร่ระบาดใหญ่ที่พบมาตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19สะสมในประเทศ 8,848 รายและเสียชีวิต 61 ศพ

รัฐบาลกัมพูชาสั่งให้ล็อกดาวน์กรุงพนมเปญอันเป็นมาตรการควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมาและประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง ห้ามประชาชนออกนอกบ้านยกเว้นแต่ออกมาด้วยเหตุผลพบแพทย์หรือหาซื้อยารักษาโรค

นอกจากนั้นแล้ว ศาลาว่าการกรุงพนมเปญยังมีคำสั่งให้ปิดตลาดค้าขายทั้งหมดในกรุงพนมเปญ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 24 เม.ย.ไปจนถึงวันศุกร์ที่ 7 พ.ค. เพราะตรวจพบการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในตลาด จึงได้สั่งการให้ตรวจคัดกรองผู้ค้าขายทั้งหมดเพื่อหาเชื้อโควิด-19

ผลพวงของการปิดตลาดทำให้ประชาชนหลายพันคนเดือดร้อนไม่มีอาหาร แถมคำสั่งล็อกดาวน์ยังทำให้ประชาชนออกนอกบ้านไม่ได้ ดังนั้นศาลาว่าการกรุงพนมเปญจึงได้จัดสรรปันส่วนอาหารให้กับประชาชนหลายพันครอบครัวที่เดือดร้อน โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับข้าวสาร 25 กก. ซอสถั่วเหลือง 1ลัง น้ำปลา 1 ถุงและปลากระป๋องอีก 1 ถุง

Related Post

อินเดียติดโควิดทุบสถิติโลก วันเดียว 1.6 แสนคนอินเดียติดโควิดทุบสถิติโลก วันเดียว 1.6 แสนคน

รัฐบาลอินเดียรายงานสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันเดียว 161,736 คน เป็นสถิติผู้ป่วยรายวันพบในประเทศเดียว มากที่สุดในโลก

ผู้ต้องสงสัยในความสนุกสนานในการยิงที่แอตแลนตาซึ่งถูกหยุดโดยทหารด้วยการซ้อมรบ PITผู้ต้องสงสัยในความสนุกสนานในการยิงที่แอตแลนตาซึ่งถูกหยุดโดยทหารด้วยการซ้อมรบ PIT

จอร์เจียรัฐตระเวนใช้ยุทธวิธี PIT (เทคนิคการแทรกแซงการแสวงหา) การซ้อมรบเย็นวันอังคารบนฟรีเวย์ที่จะหยุดหนึ่งผู้ต้องสงสัยหลังจากที่สามร้ายแรงยิงในและรอบ ๆ แอตแลนตาซ้ายอย่างน้อยแปดคนกลัวตายและจุดประกายว่าการฆ่าจะได้รับแรงบันดาลใจเชื้อชาติ, ตามรายงาน

รถรับจ้างอุทัยธานี เต็มใจทุกการบริการให้กับลูกค้ารถรับจ้างอุทัยธานี เต็มใจทุกการบริการให้กับลูกค้า

รถรับจ้างอุทัยธานี เต็มใจทุกการบริการให้กับลูกค้า เมื่อครั้งหนึ่ง เราเคยคิดแบบนี้และได้ตัดสินใจที่จะขนย้ายของด้วยตัวเราเองโดยที่ไม่เรียกใช้บริการ รถรับจ้าง ตอนนั้นเป็นงาน ขนย้ายบ้าน ดูจากปริมาณสินค้าแล้วมีเพียงแค่ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ให้เพื่อนมาช่วยกันยกประมาณ 3 คนก็น่าที่จะจบ แต่พอถึงวันเวลาที่ขนย้ายกลับกลายเป็นว่ามีเพื่อนมาช่วยยกแค่ 2 คน ทำให้วันนั้นต้องเหนื่อยกับการขนย้ายของเป็นอย่างมากรู้สึกปวดเมื่อยและเหนื่อยล้า คิดอยู่เสมอว่าวันนั้นทำไมเราถึงไม่เลือกใช้บริการรถรับจ้าง เห็นเพียงแค่ว่ามีรถของตัวเองและอยากที่จะประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายเท่านั้นเองเหรอแล้วมันคุ้มกับการ ต้องมาปวดเมื่อยหรือเจ็บร่างกายหรือเปล่า พร้อมกับสินค้า มีการชำรุดเป็นรอยเพราะแรงที่เรายกนั้นไม่ไหวจริงๆ จึงทำให้เรารู้สึกเข็ดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว